เนื้อเรื่องย่อ

เมื่อตำนานตลบหลังแก๊งลวงโลก มหากาพย์เกมเชือดที่สะใจและมีความเป็นมนุษย์ที่สุด!

หลังจากที่แฟรนไชส์เดินหน้าออกทะเลไปไกล “Saw X (2023)” กลับมาผงาดอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะภาพยนตร์แนว Splatter Gore / Psychological Thriller ที่กู้ศรัทธาแฟนหนังทั่วโลกได้อย่างไร้ข้อกังขา การันตีโดยการดึงตัว โทบิน เบลล์ (Tobin Bell) ชายวัย 80 ปีกลับมารับบทบาทไอคอนิกฆาตกรสมองเพชร “จอห์น เครเมอร์” อีกครั้ง นี่ไม่ใช่แค่การโชว์กับดักทรมานอย่างไร้เหตุผล แต่มันคือการเดินทางที่ดิ่งลึกไปในจิตใจ ชูประเด็นดรามาเข้มข้น และเป็นภาคที่คนดูยอมเทใจเชียร์ตัวฆาตกรแบบหมดหน้าตัก

เนื้อเรื่องจับพลัดจับผลูอยู่ตรงกลางระหว่าง Saw I และ Saw II โดยบอกเล่าเรื่องราวของ จอห์น เครเมอร์ (John Kramer) ที่กำลังสิ้นหวังจากโรคมะเร็งสมองระยะสุดท้ายที่ไม่มีทางรักษา จนกระทั่งเขาได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับโครงการรักษาลับสุดยอดทางการแพทย์ในเม็กซิโก นำทีมโดย ดร.เซซิเลีย เปเดอร์เซน ที่อ้างว่าสามารถผ่าตัดปาฏิหาริย์ช่วยให้เขาหายขาดได้ จอห์นยอมเดิมพันชีวิตเดินทางไปเม็กซิโกและเข้าสู่อุโมงค์ยา แต่ทว่าความหวังครั้งสุดท้ายกลับพังทลายลงเมื่อเขาค้นพบว่า… ทั้งหมดคือ “ขบวนการต้มตุ๋นระดับโลก” ที่หลอกขายความหวังให้คนใกล้ตาย

เมื่อคนโฉดระยำกล้ามาลองดีกับพญามัจจุราช จอห์น เครเมอร์ จึงแท็กทีมกับศิษย์เอกสายดาร์กอย่าง อแมนด้า ยัง (Amanda Young) ลักพาตัวแก๊งหมอและพยาบาลเถื่อนทุกคนกลับมายังโกดังร้างสถานที่เกิดเหตุ เปลี่ยนคลินิกศัลยกรรมลวงโลกให้กลายเป็น “สมรภูมิตัดตาย” แก๊งต้มตุ๋นใจบาปต้องเข้าสู่เกมการทดสอบสุดวิปลาสที่ต้องแลกชิ้นส่วนอวัยวะ เลือด และเนื้อของตัวเองเพื่อชดใช้ความผิดบาปที่พวกเขาเคยทำไว้กับเหยื่อผู้บริสุทธิ์นับร้อยราย!

มุมมองนักวิจารณ์: การกลับมาท็อปฟอร์มด้วยบทภาพยนตร์ที่มี “หัวใจ”

ในฐานะนักวิจารณ์ภาพยนตร์สายระทึกขวัญ Saw X คือปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งมาก เพราะมันสามารถชุบชีวิตแฟรนไชส์ที่ใกล้ตายให้กลับมาดูสดใหม่และพรีเมียมได้อีกครั้ง

  • การพลิกมุมมองให้คนดูหลงรักจิ๊กซอว์ (The Human Side of Jigsaw): ความอัจฉริยะของภาคนี้คือการไม่ทำตัวเป็นหนังฆาตกรรมเชือดสยองทั่วไปในช่วงครึ่งแรก หนังพาเราไปสำรวจความอ่อนแอ ความโดดเดี่ยว และความหวังในฐานะมนุษย์คนหนึ่งของจอห์น เครเมอร์ ทำให้เมื่อถึงเวลาที่เขาเริ่มเปิดฉากล้างแค้น คนดูจึงรู้สึกสะใจ มีอารมณ์ร่วม และพร้อมใจกันเชียร์ให้ฝั่งตลบหลังโดนลงทัณฑ์อย่างหนัก
  • กับดักที่โหด ดิบ และชวนหวาดเสียวจนท้องน้อยสั่น: ด้านโปรดักชันส์ ภาคนี้ลดความเว่อร์วังของเครื่องจักรไฮเทคในภาคหลังๆ แล้วกลับมาใช้กลไกสไตล์สยองขวัญยุค 2000 ที่เน้นความสมจริงและพึ่งพาสัญชาตญาณมนุษย์ เช่น กับดักผ่าสมอง, กับดักตัดขา หรือกับดักท่อดูดลูกตา ทุกฉากทำออกมาได้ลุ้นระทึก บีบคั้น จนคนดูต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเสียวไส้
  • ตัวร้ายที่น่ารังเกียจและการหักมุมที่ชาญฉลาด: บทบาทของ ดร.เซซิเลีย เปเดอร์เซน ถือเป็นตัวร้ายที่ทำออกมาได้น่าหมั่นไส้และใจคออำมหิตจนสมควรโดนสยบ ยิ่งทำให้ช่วงไคลแมกซ์ท้ายเรื่องที่เกิดการหักมุมซ้อนกล (The Signature Saw Twist) ทำงานกับความรู้สึกสะใจของคนดูได้อย่างทรงพลัง สมบูรณ์แบบด้วยเพลงธีมคลาสสิก Hello Zepp ที่ดังขึ้นมาในจังหวะที่ถูกต้อง

บทสรุปความคุ้มค่า: นี่คือภาพยนตร์ตระกูล Saw ที่ดีที่สุดรองจากภาคแรก มันกลมกล่อม มีเหตุมีผล มีมิติตัวละครที่จับต้องได้ และเสิร์ฟความโหดจัดเต็มแบบไม่เกรงใจใคร คอหนังสยองขวัญและสายระทึกขวัญจิตวิทยาต้องดูให้ได้ครับ!

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

เลือกดูตามปีที่ฉาย