เนื้อเรื่องย่อ

The Two Popes (2019) สันตะปาปาโลกจารึก: เมื่อสองผู้นำจิตวิญญาณต้องร่วมหาทางออกให้โลกศาสนา

หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ดราม่าที่เต็มไปด้วยบทสนทนาที่เฉียบคม ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันอันลุ่มลึก “The Two Popes (2019)” คือคำตอบที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง หนังฉลาดมากในการหยิบยกเรื่องราวเบื้องหลังกำแพงสูงตระหง่านของนครรัฐวาติกันมาตีแผ่ โดยไม่ได้เน้นความตึงเครียดทางศาสนาจนเข้าถึงยาก แต่เลือกที่จะเล่าผ่าน “มิติมนุษย์” ของผู้นำจิตวิญญาณสูงสุดสองคนที่มีแนวคิดตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง รังสรรค์ออกมาเป็นความซาบซึ้งและแรงบันดาลใจที่งดงาม

“The Two Popes (2019) สันตะปาปาโลกจารึก” พาย้อนกลับไปในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของคริสตจักรคาทอลิก เมื่อ คาร์ดินัล ฮอร์เก มาริโอ แบร์โกกลิโอ (รับบทโดย โจนาธาน ไพรซ์) นักบวชผู้ติดดินและมีแนวคิดก้าวหน้า (Progressive) รู้สึกถอดใจกับทิศทางของศาสนจักรที่ก้าวตามโลกไม่ทัน เขาจึงเดินทางไปยังกรุงโรมเพื่อยื่นหนังสือขอเกษียณอายุต่อ สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 (รับบทโดย แอนโทนี ฮอปพินส์) ผู้นำสายอนุรักษนิยม (Conservative) ผู้เคร่งครัดในธรรมเนียมปฏิบัติ

ทว่า แผนการของคาร์ดินัลแบร์โกกลิโอกลับต้องสะดุด เมื่อพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ไม่เพียงแต่ปฏิเสธการลาออก แต่ยังเรียกตัวเขามาพบเพื่อเปิดใจสนทนา ท่ามกลางความลับดำมืดที่กำลังสั่นคลอนวาติกันและวิกฤตศรัทธาของศาสนิกชนทั่วโลก ทั้งสองได้ร่วมใช้เวลาแลกเปลี่ยนทรรศนะ ตั้งแต่เรื่องฟุตบอล ดนตรีคลาสสิก ไปจนถึงตรรกะบาปบุญและทิศทางอนาคตของคริสตจักร เส้นทางขนานของชายสองคนค่อยๆ ถักทอเข้าหากันผ่านการสารภาพบาปและความเข้าใจ นำไปสู่การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ที่จะจารึกไว้ในโลกตราบจนปัจจุบัน

มุมมองนักวิจารณ์: ทำไมภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงเป็นมาสเตอร์พีซที่คุณห้ามพลาด?

In My Opinion ในฐานะคนทำงานสายวิชาชีพและวิจารณ์ภาพยนตร์ นี่คือเหตุผลหลักที่ผมให้ระดับ “Deep Recommend” แก่ภาพยนตร์เรื่องนี้:

  • การเชือดเฉือนบทบาทที่เรียลและทรงพลัง (Masterclass Performances): การได้เห็น แอนโทนี ฮอปพินส์ และ โจนาธาน ไพรซ์ อยู่ในเฟรมเดียวกันตลอดทั้งเรื่องคือสุนทรียภาพขั้นสุด แอนโทนีถ่ายทอดความโดดเดี่ยวและความเปราะบางของคนแก่อันศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างลึกซึ้ง ขณะที่โจนาธานแผ่ออร่าความอบอุ่น ความเป็นมนุษย์ และความเมตตาออกมาได้อย่างน่ากราบไหว้ ทุกไดอะล็อกที่ทั้งคู่สาดใส่กันเปี่ยมไปด้วยพลังและน่าติดตามจนวางตาไม่ได้
  • บทภาพยนตร์ที่เปลี่ยนเรื่องเครียดให้กลายเป็นเรื่องอบอุ่น (Smart Screenplay): แอนโทนี แม็กคาร์เทน (ผู้เขียนบท) ทำหน้าที่ได้อย่างไร้รอยต่อ เขาสามารถย่อยเรื่องราวการเมืองและหลักเทววิทยาในวาติกันอันซับซ้อน ให้กลายมาเป็นบทสนทนาที่มีไดนามิก มีทั้งพาร์ทกดดัน (Tenseness) พาร์ทซาบซึ้ง และสอดแทรกตลกร้าย (Dark Comedy) ได้อย่างพอดิบพอดี
  • งานภาพและโปรดักชันที่สมบูรณ์แบบ (Stunning Visuals): ผู้กำกับเฟอร์นันโด เมอร์เรลเลส ใช้มุมกล้องสไตล์กึ่งสารคดี (Handheld เคลื่อนไหวตามตัวละคร) สลับกับภาพมุมกว้างของสถาปัตยกรรมวาติกันและโบสถ์ซิสทีน (Sistine Chapel) ที่จำลองขึ้นมาได้อย่างวิจิตรบรรจง ช่วยขับเน้นสภาวะจิตใจและความยิ่งใหญ่ของความรับผิดชอบที่ตัวละครทั้งสองแบกรับไว้

หนังฟรีที่คุณอาจจะชอบ

เลือกดูตามปีที่ฉาย